Editor’s Note


คิดถึงเขาค้อ

ในบรรดาที่เที่ยวในประเทศไทย เขาค้อถือว่าเป็นที่เที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีที่เที่ยวใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมาย แต่เขาค้อยังถูกเลือกเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวพักผ่อนอยู่เสมอมา
นั่นหมายความว่าเขาค้อมีดีมากพอที่จะรักษาความเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาอย่างยาวนาน นอกจากธรรมชาติที่ดีที่เรียกแขกแล้ว รีสอร์ทที่พักจำนวนมากที่นี่ยังมีบรรยากาศมีมุมที่ต่างกันไปตามที่ตั้ง เป็นเหตุผลว่า มาเที่ยวเขาค้อแต่ละทริป จะได้สัมผัสวิวไม่ซ้ำกันเลย
หากคุณเคยไปเขาค้อแล้วคงคิดถึงเขาค้อ และหากคุณยังไม่เคยไปเขาค้อ คุณจะได้รู้ว่าคนที่ไปเที่ยวเขาค้อแล้วทำไมคิดถึงเขาค้อกันทุกคน

ไร่จันทร์แรม รีสอร์ท

นอนไร่จันทร์แรม รีสอร์ท เขาค้อ 1 คืน อายุยืน 1 ปี

previous arrow
next arrow
Slider

ไร่จันทร์แรม รีสอร์ท ทีพักสวยบนเขาค้อ ท่ามกลางขุนเขาเขียวชอุ่มบนเทือกเขาเพชรบูรณ์ ดินแดนที่อากาศเย็นสบายตลอดปี อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเกือบ 1,000 ม. สัมผัสอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม จะมีดอกไม้สวยออกบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา และทะเลหมอกให้ใกล้ชิด

สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ พิสูจน์คำเชิญชวน พักเขาค้อ 1 คืน อายุยืน 1 ปี ที่ ไร่จันทร์แรม รีสอร์ท

https://www.facebook.com/raichanramresort/?modal=admin_todo_tou
ไร่จันทร์แรม รีสอร์ท
ริมทางหลวงสาย 2196 เลขที่ 152 ม.8 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
โทร: 056 728 050, 086 367 1990
แฟกซ์: 056 728 207
เว็บไซต์: www.raichanramresort.com

Contributors
Editor  Thanaboon Jamgrajang
Editorial Staff  Suriyapong Rotsukhon
Nipa Klinkosum
Marketing Manager  Worrawuth Jiwanupun
Sales Executive  Wimonwan Tantiwiwattanachai

Contact
Good Trips Co., Ltd.
46/2 Moo 7 Don Kaew, Sarapee, Chiangmai 50140
Tel: 080 502 8999
www.tripsemag.com / FB: TripsMag / IG: tripsmagazine
Editorial Staff: editorial@tripsemag.com
Sales Department: sales@tripsemag.com

Cover Photo
Morning greeting from sunrise at Khaokho. The scenic and pristine destination of mountainous district gains its slogan of ‘one night stay, one year longer life’.
Khaokho, Phetchabun

180 องศา All day All season Khao Kho

Everday Khao Kho With Us.

previous arrow
next arrow
Slider

เราชื่อ 180 องศา All day All season Khao Kho รีสอร์ทเราสร้างข้ึ้นริมหน้าผาที่ไม่มีสิ่งกีดขวางการชมวิวแบบ 180 องศา ให้คุณได้เห็นหมอกยามเช้าจากปลายเตียงนอนของคุณ ให้เราได้บริการคุณสักครั้งสิครับ มาเป็นครอบครัว 180 องศา All day All season Khao Kho

https://www.facebook.com/180alldayallseason/  
67 ม.1 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
โทร. 096-6652954, 056-728270
เว็บไซต์: www.180alldayallseason.com

เมื่อนึกถึงเขาค้อใครๆ ต่างก็คิดว่าเหมาะเที่ยวในฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวเย็นเหมือนสวิตเซอร์แลนด์

แต่ในความเป็นจริงแล้วความงามของธรรมชาติบนเขาค้อไม่ได้จบที่หน้าหนาว
ฤดูร้อนทุ่งหญ้าเปลี่ยนสี อากาศยังเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ
ส่วนฤดูฝน หมอกบางๆ ไหลปกคลุมดังภาพในความฝัน มองไปทางไหนก็เขียวขจี น้ำตกงดงามที่สุดในรอบปี

เขาค้อจึงเที่ยวได้ทุกปี และอากาศดีตลอดปีสมกับคำว่า นอนเขาค้อ 1 คืน อายุยืน 1 ปี

หมอกบุรีรีสอร์ท เขาค้อ

บรรยากาศดีๆ มีทุกวัน

previous arrow
next arrow
Slider

วิวเขาค้อขึ้นชื่อแบบไหน มาชมได้ที่หมอกบุรี จากเนินเขาสูง เห็นหุบเขาเบื้องล่างกว้างไกล ชมทะเลหมอกได้เต็มตาแบบพานอรามา ท่ามกลางธรรมชาติสวยบริสุทธิ์ อากาศหนาวเย็นตลอดปี

บริการห้องพักสะอาด สะดวกสบาย รับรองได้ทั้งส่วนตัวและหมู่คณะ สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม สายใกล้ชิดธรรมชาติมีลานกางเต็นท์วิวหลักล้านบริการ และสถานที่พร้อมอุปกรณ์สรำหรับกลุ่มประชุมสัมมนา

https://www.facebook.com/180alldayallseason/
220 ม.12 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
เหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ห่างแยกแคมป์สน 16 กม. ทางเข้าเยื้องพระบรมธาตุเจดีย์ 100 ม.
โทร. 082 829 1953
เว็บไซต์ www.mhorkburiresort.com

ขึ้นเขาค้อได้ทั้งจากเพชรบูรณ์ และพิษณุโลก เลือกขับได้ตามใจชอบ

กรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์ เริ่มจากทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านปทุมธานี อยุธยา สระบุรี ถึง กม.ที่ 125 แยกบ้นพุแคให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 จนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ที่ อ.ศรีเทพ แล้วต่อเส้นทางเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสามแยกนางั่ว เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 เข้าอำเภอเขาค้อ

กรุงเทพฯ-พิษณุโลก เริ่มจากทางหลวงหมายเลข 1 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ จากนั้นต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 117 ผ่านพิจิตรเข้าสู่พิษณุโลก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ถึง กม.ที่ 100 สามแยกแค้มป์สนเลี้ยวขวาขึ้นเขาค้อได้เลย

ณ กม.ที่ 100 (จากทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลกหล่มสัก) สู่เขาค้อ

เข้าสู่เส้นทางที่พาดผ่านทะเลภูเขาหญ้า ซึ่งเต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจทางธรรมชาติ และร่องรอยแห่งคืนวานในประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของเมืองไทยตลอดสาย เป็นเส้นทางที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพราะจุดหมายปลายทางคือเขาค้อ ที่ว่ากันว่า นอน 1 คืน อายุยืน 1 ปีซึ่งตลอด 2 ข้างทางเต็มไปด้วยทัศนียภาพอันงดงาม ร่มรื่น และความสะดวกสบายต่างๆ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และร้านกาแฟ

คีรีปุระรีสอร์ท เขาค้อ

กอดลมหนาว ผิงไฟอุ่น ใต้ทะเลหมอก

previous arrow
next arrow
Slider

แค่เขาค้อก็ชวนชื่นใจในบรรยากาศและทิวทัศน์แล้ว ยังได้พักบ้านเก๋ไก๋ สไตล์ ‘ฮอบบิท’ ที่ตกแต่งน่ารัก อบอุ่น น่าพัก เน้นฟังก์ชันการใช้งานทั้งภายในที่สะดวก ชมวิวได้ และระเบียงภายนอกกว้าง รับวิวเขาและสายหมอกเต็มๆ

บ้านพัก 2 แบบ พร้อมห้องอบไอน้ำ และเปลตาข่ายนอนชมวิวหน้าห้อง จะเป็น Deluxe ภายในกว้าง กลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวก็สะดวก และ Standard เป็นส่วนตัว พักสบาย 2 คน ชื่นใจ และยังมีลานกางเต็นท์กว้างๆ สิ่งอำนวยความสะดวกครบๆ สำหรับสายแค้มปิ้งด้วย

https://www.facebook.com/180alldayallseason/  
Kiri Pura Resort
53 ม.7 ต.แค้มป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67280
ห่างจากวัดผาซ่อนแก้ว 500 เมตร
โทรศัพท์ 064 978 6563
เว็บไซต์ www.kiripura.com
อีเมล kiripurakhaokho@gmail.com

รู้ก่อนเที่ยวเขาค้อ

ทางขึ้นเขาค้อขับเที่ยวได้สบายๆ เพราะแม้ว่าจะมีทางโค้งมาก ถนนบางช่วงจะเล็กไปสักหน่อย แต่เส้นทางส่วนใหญ่เป็นที่ราบบนภูเขา ไม่ยากเกินคนทั่วไปจะขับได้ แต่ให้ระวัง 3 จุดหลักที่มีความสูงมากเป็นพิเศษ คืออนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ และภูทับเบิก ที่ต้องใช้กำลังของเครื่องยนต์มากขึ้น รวมถึงทักษะและความชำนาญของผู้ขับขี่ และอย่าลืมตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะระบบเบรก สภาพยาง คลัตช์ และเครื่องยนต์

พรเสนาแลนด์รีสอร์ท

ดินแดนแห่งความสุข

previous arrow
next arrow
Slider

แลนด์มาร์คน่ารักๆ ของเขาค้อ ริมทางหลวงหมายเลข 12 เดินทางสะดวก ชมวิวหมอกคลอเคลียเขาแบบพานอรามาสวยๆ ได้จากรีสอร์ท

เชิญพักบ้านทรงจรวด ทรงจานบิน สีสันน่ารักสดใส บนเนินเขา ทิวทัศน์งามตลอดปี และห้องพักโรงแรม เข้าสะดวก พักสบาย ตกแต่งใหม่ ราคากันเอง

สำหรับหมู่คณะและกลุ่มทำกิจกรรม มีลานกางเต็นท์กว้างๆ และห้องประชุม ให้บริการ

https://www.facebook.com/180alldayallseason/  
Pornsena Land & Resort
55 ม.2 บ.ห้วยไผ่ ต.แค้มป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67280
โทร. 056 713 782, 065 473 9197
อีเมล khaokhopland@gmail.com

รู้ก่อนเที่ยวเขาค้อ

ความมหัศจรรย์ของเส้นทางนี้

1. เนินมหัศจรรย์บริเวณ กม.ที่ 17-18 เพียงจอดรถนิ่งๆ และปลดเกียร์ว่าง บริเวณเส้นสีขาวของเนินมหัศจรรย์ก็จะไหลถอยขึ้นสู่เนินสูงอย่างน่าอัศจรรย์
2. เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจทั้งทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเมืองไทยตลอดเส้นทาง
3. เต็มไปด้วยรีสอร์ทและที่พักหลากหลายรูปแบบให้เลือกกันจุใจ
4. มีจุดแวะพักชมวิวสวยๆ ให้ถ่ายรูปอยู่เพียบ
5. จะแวะดื่มกาแฟหอมกรุ่นระหว่างทาง หรือซื้อบรรดาผักผลไม้เมืองหนาวข้างทางก็อิ่มอร่อยได้เหมือนกัน

ไร่ภูฐาน รีสอร์ทเขาค้อ

ขอบพระคุณทุกท่านที่มาทักทายกัน

previous arrow
next arrow
Slider

เชิญสัมผัสธรรมชาติ สายหมอกและอากาศเย็นสดชื่นของเขาค้อกับเรา ไร่ภูฐาน ที่พักและลานกางเต็นท์บนเนินเขาวิวสวยกว้างไกลในบรรยากาศแบบบ้านๆ เงียบสงบ เป็นกันเอง ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่านเสมือนญาติ

พื้นที่กว้างขวางรองรับทั้งกลุ่มเล็กและหมู่คณะด้วยบ้านพักส่วนตัว และเรือนรับรองสำหรับกลุ่มใหญ่ให้จัดกิจกรรมได้สะดวก สายเต็นท์และแค้มปิ้งก็สบาย ห้องน้ำสะอาด สิ่งอำนวยความสะดวกและ WiFi ครบ

https://www.facebook.com/180alldayallseason/  
Phutan Resort Khao Kho
ครูบุปผา จันทร์เพ็ง
โทรศัพท์ 081 324 7255, 081 887 9885

รู้ก่อนเที่ยวเขาค้อ

ประวัติศาสตร์

พ.ศ. 2511 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เล็งเห็นว่ารอยต่อ 3 จังหวัดคือพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมในการเป็นฐานกองกำลัง โดยเฉพาะที่เขาค้อและภูหินร่องกล้า จึงทำการแทรกซึมและครอบครอง จัดตั้งเป็นที่เผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ และทำสงครามกองโจรเพื่อบังคับให้ชาวเขาที่อาศัยในละแวกนั้นมาเป็นแนวร่วมยึดอำนาจจากรัฐบาล จนกระทั่ง 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2511 เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เรียกกันว่า ‘วันปืนแตก’ กลุ่มผู้ก่อการร้ายฝ่ายคอมมิวนิสต์เข้าโจมตีที่ตั้งของอาสาสมัครชุดคุ้มครองหมู่บ้านห้วยทรายเหนือ และเข้ายึดภูหินร่องกล้าเป็นฐานที่มั่น แผ่อิทธิพลครอบคลุมไปยังพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด รวมถึงบริเวณเขาค้อด้วย ก่อนจะถูกรัฐบาลสร้างยุทธศาสตร์ทำเส้นทางสายทุ่งสมอ-เขาค้อ สู่พื้นที่ในปี พ.ศ. 2519 และเข้ายึดได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2524 และได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์สำคัญอีกแห่งของเมืองไทย

รู้ก่อนเที่ยวเขาค้อ

สิ่งอำนวยความสะดวก

เป็นเมืองแห่งรีสอร์ท เพราะมีที่พักตลอดเส้นทางหลายร้อยแห่ง หลายสไตล์ ทั้งบ้านไม้ทรงไทย บ้านไม้ทรงล้านนา บ้านสไตล์คันทรีย์ร่วมสมัย บังกะโลส่วนใหญ่เน้นไปที่การออกแบบให้กลมกลืนกับบรรยากาศของขุนเขา

เขาค้อเป็นที่เพาะปลูกทางการเกษตร มีพืชผักต่างๆ อุดมสมบูรณ์ ร้านอาหารส่วนใหญ่จึงเด่นเรื่องของการใช้ผักปลอดสารพิษที่ส่งตรงจากเขาค้อ ทั้งอาหารไทย ตะวันตก จีน พื้นบ้าน และอาหารป่า ท่ามกลางบรรยากาศของวิวธรรมชาติอันงดงาม

อากาศที่เขาค้อมีอุณหภูมิเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะแก่การจิบกาแฟยิ่งนัก โดยเฉพาะกาแฟสดตามสถานที่ท่องเที่ยว และตามรีสอร์ทต่างๆ อีกทั้งยังมีเค้กและเบเกอรี่สดใหม่ให้ทานคู่กันด้วย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้งสุดเร้าใจหลากหลายรูปแบบ อาทิ โรยตัวไต่ดิ่งระทึกบนผาชันกว่า 90 องศา ปีนหน้าผาจำลอง เหินเวหาข้ามทะเลสาบ ท้าความเร็วกับเลื่อนภูเขา ล่องแก่งผาน้ำตกด้วยเรือคายัค ให้ได้สนุกสนานกันอีกด้วย เขาค้อจึงถูกใจคนทุกวัย
หลังจากได้ที่พักถูกใจแล้วก็เริ่มขับรถเที่ยวกันได้เลย

เขาค้อเนเจอร์วิวรีสอร์ท

วิวธรรมชาติ สัมผัสได้ทุกวัน

previous arrow
next arrow
Slider

ใกล้ชิดธรรมชาติที่บริสุทธิ์ กับทิวทัศน์กว้างไกลสุดตาของทิวเขาไล่ระดับที่คลุมด้วยทะเลหมอกยามเช้า เย็นสดชื่นและเงียบสงบ ให้วันพักผ่อนของคุณสัมผัสความงามของเขาค้อที่สุด

ด้วยที่พักแบบบ้านส่วนตัว เต็นท์หลัง และลานกางเต็นท์ พร้อมรองรับครอบครัว กลุ่มเพื่อนฝูง หรือคณะทำกิจกรรมได้สะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกครบ พร้อมอาหารเช้ามื้อสบาย

https://www.facebook.com/180alldayallseason/  
Khao Kho Nature View Resort
เลขที่ 92 ม.5 บ.ปัญญาดี ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
คุณรจนา เลิศนันทวิเชียร

โทรศัพท์ 081 707 0727, 089 856 1630, 083 961 1518
เว็บไซต์ www.khaokhonatureviewresort.com
อีเมล rodjanalerd@gmail.com

พระตำหนักเขาค้อ

ตั้งอยู่บนเขาย่า จุดที่สูงที่สุดของเขาค้อกว่า 1,100 ม. จากระดับน้ำทะเล มีเนื้อที่กว่า 15 ไร่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2527-2528 เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่ในหลวง ร.9 เพื่อใช้เป็นที่ประทับเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินในโครงการพระราชดำริและทรงตรวจเยี่ยมพสกนิกรที่ อ.เขาค้อ เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลม ออกแบบโดยศ.ดร.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา มีทั้งหมด 15 ห้อง สร้างเป็น 2 ชั้น ขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้ แต่ต้องแต่งกายสุภาพ และชมได้เฉพาะภายนอกพระตำหนักเท่านั้น

Location: บนเขาย่า
How to go: จากสี่แยกรื่นฤดี ไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 ประมาณ 1 กม. ถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีก 1 กม. จะเจอทางแยกขึ้นเขาย่า ขึ้นมาจนถึงยอดเขา
Facilities: มีร้านค้าสวัสดิการ ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟสด และห้องน้ำบริการ ส่วนใครที่สนใจอยากพักค้างแรม ก็มีบ้านพักไม้เรือนแถวและลานกางเต็นท์ไว้ให้ได้พักผ่อนกัน
Highlights: บรรดาไม้ดอกเมืองหนาวที่ปลูกโดยรอบพระตำหนัก โดยเฉพาะกุหลาบเวียงพิงค์ ดอกโตแบบเดียวกับที่ปลูกในพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศ จ.เชียงใหม่ และสำหรับนักผจญภัย จะมีทางเดินขึ้นยอดเขาย่าที่อยู่ติดกับร้านค้าสวัสดิการ เป็นเส้นทางค่อนข้างสูงชัน ระยะทาง 770 ม. ใช้เวลาเดินเท้า 1 ชม. เมื่อขึ้นไปด้านบนยอดเขาย่าแล้วมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเขาค้อโดยรอบ มีใบประกาศเกียรติคุณสำหรับผู้พิชิตเขาย่ามอบให้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

ลาเมซอง ธารา เขาค้อ

อบอุ่นที่เขาค้อ โอบล้อมทะเลหมอก โอบกอดบนดาดฟ้าทะเลดาว

previous arrow
next arrow
Slider

เติมพลังชีวิตในวันพักผ่อนที่สงบสบายในบ้านพักสไตล์ European contemporary เน้นโทนสีขาว หรูเรียบแต่โดดเด่น ให้คุณพักผ่อนในบรรยากาศชวนฝันแบบส่วนตัวด้วยวิวระเบียงและดาดฟ้ากว้างท่ามกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์สดชื่นของเขาค้อ ทะเลหมอก และทิวทัศน์งดงามเหนือคำบรรยาย

บ้านพักสะดวกสบายสำหรับ 2-4 ท่าน เต็นท์และลานกางเต็นท์ให้ใกล้ชิดธรรมชาติยิ่งขึ้น สำหรับทุกกลุ่ม เต็มอิ่มกับมุมสวยๆ และกิจกรรมสนุกๆ พายเรือในสระน้ำ ชมสวนไม้ดอกและฟาร์มผักหลากชนิด

https://www.facebook.com/180alldayallseason/  
La Maison Khaokho
เลขที่ 110 หมู่ 6 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
โทรศัพท์ 089 989 4321, 080 175 6000
เว็บไซต์ www.lamaisonkhaokho.com

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก

How to go: จากสี่แยกรื่นฤดี ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ผ่านที่ว่าการ อ.เขาค้อไป 2 กม.
เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของเพชรบูรณ์ที่สูงกว่า 63 ม. สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสเป็นปีกาญจนาภิเษกของในหลวง ร.9 สถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมผสานทั้งสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ประยุกต์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้าที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยในหลวง ร.9 ทรงพระราชทานหลังจากยุติการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย

วงศ์จันทร์กลางหมอก เขาค้อ

อาบหมอก ชมดาว หนาวนี้ที่เขาค้อ

previous arrow
next arrow
Slider

ชมวิวทิวเขาคลอเคลียทะเลหมอก ดอกไม้ ชมดาวบนฟ้าท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ เย็นสดชื่นตลอดปี ให้วันพักผ่อนเป็นวันผ่อนคลายตลอดวันหยุด

บริการบ้านพักสไตล์ร่วมสมัย 8 แบบ รับรองได้ 2-4 ท่าน และ 4-10 ท่าน ภายในสะอาด สะดวก เห็นวิวทิวเขาและหมอกสวยได้หลากมุม และยังมีลานกางเต็นท์สำหรับผู้ที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติขึ้นอีก
เต็มอิ่มกับอาหารอร่อย ครบวงจรด้านการจัดประชุมสัมมนา จัดเลี้ยง ด้วยห้องประชุมและบริเวณจัดเลี้ยงสะดวก รวมทั้งบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่

https://www.facebook.com/180alldayallseason/  
Wongchanklangmok Khaokho
เลขที่ 90 ม.6 บ.รัตนัย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
โทรศัพท์ 081 379 6433, 084 624 6656
เว็บไซต์ www.wongchan-khaokho.com

อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

งานประติมากรรมหินอ่อนสีเทาขาวสูงเด่นทรงเสาสูงสามเหลี่ยม ที่ล้อมรอบด้วยบรรดาไม้สนและเนินหญ้าเขียวขจี สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของตำรวจ ทหาร และพลเรือน ผู้พลีชีพเพื่อชาติในการสู้รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในปี พ.ศ.2511-2525 ผนังภายในบันทึกประวัติของอนุสรณ์สถาน และรายชื่อวีรชนผู้กล้าจำนวน 1,171 ราย ทางขึ้นเป็นถนนคดเคี้ยวที่มีวิวสองข้างทางสวยงามมาก

Location: บนยอดเขาค้อ ห่างจากพิพิธภัณฑ์อาวุธ 1 กม.
How to go: จากสี่แยกรื่นฤดี เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 4 กม.
Facilities: อย่าลืมแวะซื้อมะขามเป็นของฝากก่อนกลับ ทั้งมะขามสดและมะขามแปรรูป มีให้เลือกมากมาย
Highlights: ความหมายในซ่อนอยู่ในรูปทรงสามเหลี่ยมหมายถึงการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหาร ฐานอนุสรณ์กว้าง 11 ม. หมายถึงปี พ.ศ.2511 คือปีที่เริ่มปฏิบัติการความรุนแรงของผกค. ความสูงจากแท่นบูชาถึงยอดอนุสรณ์สถาน 24 ม. หมายถึงปี พ.ศ.2524 ที่เกิดยุทธการครั้งใหญ่ ความสูงจากฐานถึงยอดอนุสรณ์สถาน 25 ม. หมายถึงปี พ.ศ.2525 ที่เป็นปีที่สิ้นสุดการรบ และความกว้างฐานสามเหลี่ยมด้านละ 2.6 ม. หมายถึงปี พ.ศ.2526 ซึ่งเป็นปีที่สร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้ ฝั่งตรงข้ามอนุสรณ์สถานเป็นเนินเขาเตี้ยๆ ที่ชื่อว่าฐานกรุงเทพ เป็นฐานแรกที่รัฐบาลยึดคืนมาได้ ตั้งชื่อตามนายทหารที่ส่วนใหญ่มาจากกรุงเทพฯ ปัจจุบันยังมีหลุมบังเกอร์หลบภัยที่คงสภาพจากในอดีตสงครามไว้ เป็นจุดชมวิวที่งดงามอีกแห่งของเขาค้อ มองเห็นถนนเบื้องล่างลัดเลาะผ่านบรรดาภูเขาหญ้าอย่างสวยงาม

เขาค้อภูดาว

เรียบง่าย พักสบาย ผ่อนคลายที่เขาค้อ

previous arrow
next arrow
Slider

เขาค้อภูดาว รีสอร์ตสไตล์เรียบง่าย เน้นความเป็นธรรมชาติ ดูแลเป็นกันเอง ด้วยบ้านพัก 2 สไตล์ 2 บรรยากาศให้เลือกพัก กระท่อมปลายนา สไตล์บ้านๆ ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติที่เรียบง่าย และสบาย พร้อมระเบียงกว้างหน้าห้อง หรือบ้านหลังสไตล์ร่วมสมัย พักสะดวกสงบส่วนตัว วิวแปลงผักและวิถีชีวิตชาวม้งทำข้าวไร่ มีลานกางเต็นท์คอยบริการลูกค้า และมีบริการเครื่องปิ้งย่าง

Khaokho Phudao
เลขที่ 120 ม.13 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
โทรศัพท์ 095 629 5045
LINE ID: yaijoy6334
Facebook: เขาค้อภูดาวที่พักและลานกางเต็นท์
@khaokhophudao

Did you know?

ผู้ออกแบบคือ ศ.ดร.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ศิษย์เก่าดีเด่นผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติจากสถาบันในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ ที่ดำเนินบทบาทและสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมมากมาย และยังเป็นผู้ออกแบบพระตำหนักเขาค้อบนเขาย่าอีกด้วย

อัญญ์ชิสาวิว เขาค้อ

วิวสวย แค้มป์สนุก

previous arrow
next arrow
Slider

สนุกสนานและสังสรรค์ในวันพักผ่อนกับคนรัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน สไตล์แค้มปิ้งบนเนินสูงวิวสวยที่เขาค้อ ในเต็นท์แบบซาฟารี ที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์

ปรับใหม่ ไฉไลกว่าเดิม เต็นท์ใหญ่โปร่งโล่ง เครื่องนอนใหม่คุณภาพดี ห้องอาบน้ำสะดวก ห้องน้ำสะอาด พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น พักได้สบาย พิเศษเหมือนเดิม เมนูปิ้งย่าง หมูกระทะ จิ้มจุ่ม และเมนูอีกมากมายให้อิ่มอร่อยในบรรยากาศอาบลมห่มหมอก
ราคากันเอง 1,200-2,400/เต็นท์ พร้อมอาหารเช้าอร่อย

https://www.facebook.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%AD-480062298779396  
Anchisa Views Khaokho
144 บ.ปัญญาดี ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
โทรศัพท์ 087 006 5656

พิพิธภัณฑ์อาวุธ

Location: ทางขึ้นเขาค้อ ก่อนถึงอนุสรณ์สถานเขาค้อ 500 ม.
How to go: จากสี่แยกรื่นฤดี เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีก 3 กม.
Facilities: มีมุมจำหน่ายของที่ระลึก เสียธรรมเนียมเข้าชม เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.
Highlights: ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าฐานอิทธิ ตามชื่อ พ.อ.อิทธิ สิมารักษ์ ทหารคนสำคัญที่ช่วยรัฐบาลไทยต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) จนยึดเขาค้อได้สำเร็จในปีพ.ศ. 2524 ภายในรวบรวมซากอาวุธต่างๆ ที่ใช้ในสงคราม ไม่ว่าจะเป็น ปืนใหญ่ 105 มม. ปืนใหญ่ 155 มม. ปืนอาร์พีจี ปืนครก ปืนอาก้า เสื้อเกราะ รถถัง ปืนใหญ่ รถแทรกเตอร์ เฮลิคอปเตอร์ รวมทั้งบังเกอร์หลบภัย ยังมีหอพิพิธภัณฑ์อาวุธ ที่มีห้องประชุมจัดแสดงปฏิบัติการสู้รบกับ ผกค. พร้อมทั้งยังมีการจัดบรรยายให้แก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะด้วย

@ Chill Resort Khaokho

ส่วนตัว สบาย สไตล์ชิลล์ๆ

previous arrow
next arrow
Slider

พักผ่อนในมุมสงบสุดชิลล์ของเขาค้อแบบส่วนตัวให้เต็มอิ่มในวันพักผ่อนกับที่พักแห่งใหม่ ประทับใจกับวิวทะเลหมอกจากบ้านพักพร้อมระเบียงชมทิวทัศน์กว้างๆ ที่ชวนประทับใจช่วงฤดูหนาวนี้

ชิลล์และส่วนตัวสุดๆ กับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น หลังเดียว ภายในเป็น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ห้องครัวพร้อมเครื่องครัวและอุปกรณ์ปิ้งย่างครบ
เสริมด้วยเต็นท์ 1 หลัง ขนาด 3 คน และสามารถกางเพิ่มเองได้

https://www.facebook.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%AD-480062298779396  
แอท ชิลล์ รีสอร์ท เขาค้อ
162 ม.1 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
โทรศัพท์ 081 817 5598
Facebook: At Chill Resort Khaokho
LINE: @741wlqma

หอสมุดนานาชาติเขาค้อ

Location: ยอดเขาบ้านกองเนียม
How to go: จากสี่แยกรื่นฤดี เลี้ยวขวาไปทางหลวงหมายเลข 2196 ราว 2 กม. จะเจอแยกขวา เข้าไป 600 ม.
Facilities: ด้านหลังของหอสมุดมีบริการบ้านพักริมเขา และเต็นท์ให้เช่า
Highlights: ภายในอาคารขนาดใหญ่รูปเพชรคว่ำ สร้างด้วยกระจกสะท้อนแสง เป็นแหล่งรวบรวมหนังสือและของใช้เก่าแก่โบราณของไทยและต่างประเทศ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 ภายในแบ่งพื้นที่บริการเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือหอนานาชาติ ที่เก็บรักษาโบราณวัตถุมีค่าจาก 3 ประเทศ ได้แก่ไทย ลาว (เชียงขวาง) และจีน (สิบสองปันนา) ส่วนที่ 2 คือหอสมุดประชาชน เป็นแหล่งให้บริการข้อมูลการศึกษาแก่บุคคล โดยมีหนังสือหมวดเกี่ยวกับการเกษตรมากที่สุด และส่วนสุดท้ายคือสำนักงานศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อ.เขาค้อ สถานที่แห่งนี้ยังเคยเป็นที่นัดพบของบรรดาเอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆ ที่มาร่วมงาน ‘วันนัดพบเอกอัครราชทูต ณ เขาค้อ’ ที่จัดขึ้นในเดือนธันวาคม บริเวณด้านขวาของหอสมุด เป็นที่ตั้งของเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ที่ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา ที่ชาวเพชรบูรณ์ร่วมใจกันสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.9 ในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี

View and Wood Resort

วิว แอนด์ วู๊ด รีสอร์ท

สัมผัสธรรมชาติไอเย็น ทะเลหมอก

previous arrow
next arrow
Slider

ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่านด้วยความอบอุ่น ณ ที่พักใกล้ชิดธรรมชาติและทะเลหมอกใจกลางเขาค้อ

ห้องพักสบายส่วนตัว 6 แบบ ที่ออกแบบให้หันหน้าเข้าหาวิวทะเลหมอกด้านหน้าทุกหลัง สร้างและตกแต่งกลมกลืนกับธรรมชาติรอบด้าน รองรับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัว สนุกสนาน หรือกิจกรรมประชุมสัมมนา ที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก

https://www.facebook.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%AD-480062298779396  
วิว แอนด์ วู๊ด รีสอร์ท
181 ม.1 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ 67270
โทรศัพท์ 081 475 5820, 063 632 8249
อีเมล viewandwood@gmail.com
เว็บไซต์ http://viewandwoodresort.com

น้ำตกศรีดิษฐ์

Location: บ้านร่มโพธิ์ร่มไทร
How to go: ไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงสามแยกบ้านหนองแม่นา เลี้ยวขวาไป 5.5 กม. จะเจอทางแยกซ้ายเข้าน้ำตก ตรงไปอีกประมาณ 1 กม.
Highlights: น้ำตกชั้นเดียวที่มีหน้าผากว้าง ดูคล้ายม่านน้ำขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี เป็นต้นน้ำของลำน้ำเช็กที่ไหลผ่านจ.พิษณุโลก ในอดีตเป็นศูนย์ปฏิบัติการของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และยังเหลือร่องรอยบางอย่างจนถึงปัจจุบัน เช่น ครกกระเดื่องตำข้าว เชิงสะพานไม้ทางเดินเข้าน้ำตก

สวนสัตว์เปิดเขาค้อ

Location: อยู่ระหว่างบ้านรัตนัย-บ้านป่าแดง ห่างจากน้ำตกศรีดิษฐ์ประมาณ 6 กม.
How to go: ไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงสามแยกบ้านหนองแม่นา เลี้ยวขวาไปประมาณ 5.5 กม. ถึง กม.ที่ 7 จะเจอทางแยกซ้ายเข้าน้ำตกศรีดิษฐ์ ตรงไปอีกประมาณ 3.5 กม.
Highlights: สวนสัตว์เปิดเขาค้อ หรือสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อเศรษฐกิจเขาค้อ ดำเนินโครงการโดยกองอนุรักษ์สัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 20 ตร.กม. เส้นทางเข้า-ออก เชื่อมต่อกับสถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น สมเสร็จ ละมั่ง เก้ง วัวแดง นกยูง และจามรีจากธิเบต ประเทศจีน ภายในสวนสัตว์มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวให้ด้วย

อ่างเก็บน้ำรัตนัย

Location: กลางเขาเขาค้อ
How to go: ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196
Highlights: อ่างเก็บน้ำรัตนัยวิวสวยทั้งมองจากถนนที่ตัดผ่านภูเขาด้านบน หรือจะขับรถลงมาชมใกล้ๆ ก็สวยไปอีกแบบ มีรีสอร์ทที่พักเรียงรายชนิดที่ว่ามองเห็นวิวทะเลสาบสวยๆ ได้จากบ้านพัก ช่วงหน้าหนาวที่คนมากันมาก วิวสวยทั้งยามเช้า และกลางวันจนไปจบยามเย็น

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

Location: หมู่บ้านทางแดง เขาค้อ
How to go: จากทางหลวงหมายเลข 12 กม.ที่ 103 กลับรถเข้าสู่พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว
Highlights: เหตุที่ชื่อว่าวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว มาจากคำบอกเล่าว่าชาวบ้านทางแดงเคยเห็นลูกแก้วลอยเหนือฟ้า จู่ๆ ก็หายวับเข้าไปในยอดผา วัดนี้มีศิลปะการก่อสร้างที่สวยงาม เป็นที่ปฏิบัติธรรมทั้งพระสงฆ์และฆราวาส ด้วยภูมิประเทศที่วิวดีจึงกลายเป็นจุดชมวิวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเขาค้อ มองเห็นทะเลภูเขาสลับซับซ้อนอย่างสวยงามพร้อมๆ กับการชมงานศิลปะที่อยู่ในวัดอย่างลืมเวลาเลยทีเดียว

หมู่บ้านเพชรดำ

How to go: จากสามแยกแค้มป์สน เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 เข้าสู่เขาค้อ ก่อนถึงพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษกมีแยกขวาเข้าไปเพียง 2 กม.ถึงหมู่บ้านเพชรดำ
Highlights: นอกจากเขาค้อจะมีชาวเขาเผ่าม้งอยู่มากแล้ว เขาค้อยังมีชาวเขาเผ่าลีซู (ลีซอ) ที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากพื้นที่ต่างของภาคเหนือ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ น่าน ฯลฯ มาสร้างครอบครัวทำไร่ทำเกษตร ชาวลีซูที่นี่ยังยึดถือประเพณีและวัฒนธรรมของตนเองทั้งจากการแต่งกาย งานเทศกาลประจำเผ่า ไปเที่ยวชมบรรยากาศและวิถีชีวิตของชาวลีซูได้ในเทศกาลวันปีใหม่ และงานแต่งงานของชนเผ่าซึ่งจัดขึ้นทุกเดือน 12 ของทุกปี

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเขาค้อ

Location: ร้านเขาค้อกาแฟสด สี่แยกรื่นฤดี ต.สะเดาะพง
How to go: ไปทางสี่แยกรื่นฤดี อยู่ไม่ไกลจากบริเวณสี่แยกมากนัก
Highlights: ตั้งอยู่ในร้านเขาค้อกาแฟสด จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพต่างๆ ซึ่งผลิตจากโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรภายใต้โครงการฯ มีทั้งน้ำผลไม้พร้อมดื่ม อาทิ น้ำเสาวรส น้ำฝรั่งแดง และผลิตภัณฑ์อบแห้ง เช่น กล้วยแผ่นอบอนามัย ชาเขียวใบหม่อน สินค้าทุกอย่างผลิตแบบปลอดสารเคมี ผลิตตามมาตรฐาน GMP เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 .

น้ำตกแก่งโสภา

ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในบรรดา 3 น้ำตกที่เกิดจากลำน้ำเข็ก (อีก 2 แห่ง คืน้ำตกปอยและน้ำตกแก่งซอง) และพ่วงตำแหน่งน้ำตกที่งดงามที่สุดในทุ่งแสลงหลวงอีกด้วย มีความสูง 40 . ไหลลดหลั่นลงมาเป็นหน้าผา 3 ชั้น ด้านบนคล้ายลานหินแตกขนาดใหญ่ขวางอยู่กลางทางน้ำ ส่วนด้านล่างมีโขดหินขนาดย่อมกระจายตัวอยู่ทั่วไป

Location: อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
How to go: ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลกหล่มสัก) อยู่ระหว่างกม.ที่ 71-72 จะมีทางแยกเข้าไปยังน้ำตก 2 กม.
Facilities: มีร้านค้า บ้านพัก และศูนย์บริการ คอยอำนวยความสะดวก ขับรถเข้ามาได้ มีบริการข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ฯลฯ เปิดเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ
Season: ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจะไหลเชี่ยวแรงและมีสีขุ่น ส่วนฤดูหนาวและฤดูร้อนแม้น้ำจะน้อยแต่ก็ใสสะอาดกว่า มองเห็นชั้นทั้ง 3 ของน้ำตกได้อย่างชัดเจน
Highlights: ถูกขนานนามให้เป็น ไนแองการ่าเมืองไทยด้วยความงดงามของผาน้ำตกขนาดใหญ่ ท่ามกลางแมกไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นให้ร่มเงาทั่วบริเวณโดยรอบ บางต้นก็มีรากงอกขึ้นมาปกคลุมก้อนหินดูสวยงามลึกลับไปอีกแบบ ด้านหน้าน้ำตกที่มีพืชจำพวกมอสและตะไคร่น้ำปกคลุมราวกับเป็นพรมกำมะหยี่สีเขียว

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

มีพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างจ.พิษณุโลก และจ.เพชรบูรณ์ มีอาณาเขตกว่า 789,000 ไร่ หรือประมาณ 1,262.40 ตร.กม. ด้วยพื้นที่อันกว้างใหญ่ทำให้มีความงดงามทางธรรมชาติหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า น้ำตก แก่งหิน แบ่งเส้นทางเที่ยวชมได้ทั้งการเดินป่าเพื่อชมทุ่งดอกไม้โดยเฉพาะ และขับรถเที่ยวสำหรับคนที่ไม่ต้องการเดินเท้าในระยะทางไกล

Location: ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 80 กม.
How to go: ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ถึงกม.ที่ 100 เลี้ยวขวาเข้าบ้านแค้มป์สน ผ่านน้ำตกศรีดิษฐ์ ถึงแยกบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานฯหนองแม่นา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของทุ่งแสลงหลวง
Facilities: มีบ้านพักของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชคอยให้บริการ โดยบ้านพักแบ่งออกเป็น 3 จุด ได้แก่ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ บริเวณลำน้ำเข็ก และบริเวณหน่วยพิทักษ์หนองแม่นา ยังมีลานกางเต็นท์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำให้บริการตามจุดต่างๆ อีกด้วย
Season: เที่ยวได้ตลอดปี ขึ้นอยู่กับว่าต้องการไปชมธรรมชาติแบบใด หากอยากไปชมทุ่งดอกไม้ ควรไปช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว
Highlights: ทุ่งโนนสน ทุ่งดอกไม้ป่าอันงดงามและขึ้นชื่อสำหรับผู้นิยมเดินป่าเที่ยวชมดอกไม้นานาพรรณ อาทิ ดุสิตา เอื้องนวลจันทร์ หงอนนาค ต้องนั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อของอุทยานฯ 17 กม. ไปลงที่จุดเริ่มเดินเท้า ระยะทางในการเที่ยวชมทุ่งดอกไม้ 15 กม. ใช้เวลาราว 4-5 ชม. เป็นทางราบ ไม่มีขึ้นเขาลงเนิน อีกแห่งที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กันคือทุ่งนางพญา ทุ่งหญ้าสะวันนาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ หนองแม่นา 14 กม. ขับรถหรือปั่นจักรยานไปก็ได้ ป่าสนขนาดใหญ่ เหมาะแก่การกางเต็นท์นอนพักผ่อนชมธรรมชาติแบบใกล้ชิด ตอนเช้าตื่นมาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ลานดุสิตา มองเห็นยอดเขาค้อได้ ยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอื่นๆ ที่ห้ามพลาด อย่างแก่งวังน้ำเย็น แก่งหินขนาดใหญ่ กว้าง 40-50 ม. เป็นที่อยู่อาศัยของผีเสื้อสวยงาม เช่น ผีเสื้อถุงทองป่าสูง ผีเสื้อหนอนคืบสไบแดง และยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมงกะพรุนน้ำจืดหายาก

Tips

ขับรถเที่ยวทุ่งหญ้าสะวันนา-ป่าสน
จากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯหนองแม่นา ไปยังทุ่งแสลงหลวง และทุ่งนางพญา เป็นเส้นทางที่หลายคนนิยมขับรถเที่ยวชมทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่กว่า 5,000 ไร่ หากไปช่วงฤดูฝนจะพบกับทุ่งหญ้าสีเขียวขจี โดยมีไฮไลท์เด็ดอยู่ที่ดอกกระเจียวขาวนับหมื่นดอกที่แทงช่อเบ่งบานขึ้นมาอย่างสวยงาม ส่วนในช่วงฤดูหนาวทุ่งหญ้าจะกลายเป็นสีทองอร่ามงาม ในช่วงหน้าฝนถนนค่อนข้างลื่น

พักที่เขาค้อ
กม.ที่ 100 ของทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ที่แยกไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานฯหนองแม่นา ของอุทยานฯทุ่งแสลงหลวงนั้น เดินทางต่อไปยังเขาค้อได้ ระหว่างทางยังมีที่เที่ยวให้แวะชมมากมาย ทั้งจุดชมวิวพืชผลทางการเกษตร ที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟอร่อย พระตำหนักเขาค้อ ฯลฯ

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

นอกจากร่องรอยทางประวัติศาสตร์อันน่าสนใจของการเป็นสมรภูมิรบระหว่างรัฐบาลไทยกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะอดีตฐานที่มั่นของกองกำลังคอมมิวนิสต์ในปีพ.ศ. 2515 ที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจหลายๆ อย่างแล้ว ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ก่อเกิดความงดงามอันแปลกตาจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจนเกิดเป็นลานหินแตกและลานหินตะปุ่มตะป่ำ บนความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,820 ม. ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสสิ่งอัศจรรย์ด้วยตาตัวเอง ภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของ 3 จังหวัด ได้แก่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก และ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ขากลับยังสามารถไปต่อยังภูทับเบิกทางฝั่ง จ.เพชรบูรณ์ หรือข้ามไปเที่ยวยัง จ.เลยก็ได้

Location: อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ห่างจาก อ.เมือง 120 กม.
How to go: ไปตามทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) จนถึงกม.ที่ 69 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2013 ไปทาง อ.นครไทย 29 กม. ถึงสามแยกบ้านหนองกะท้าว เลี้ยวขวาไป 5 กม. เข้าทางหลวงหมายเลข 2331 ที่เป็นทางขึ้นเขายาว 25 กม. ก็จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนยอดเขา
Facilities: มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ และร้านอาหารอร่อยคอยบริการอยู่ 2 ร้าน ส่วนใครที่อยากพักค้างแรม ก็มีบ้านพักอุทยานฯ และลานกางเต็นท์คอยบริการ ติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
Season: ตลอดปี ฤดูหนาวอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส และแผ่นหินแห้งสนิท เดินเล่นได้อย่างสบายใจ แต่หากใครลุยหน่อยให้มาในช่วงฤดูฝน จะพบกับทุ่งดอกไม้ที่เบ่งบานระหว่างลานหิน ทั้งเปราะภูสีขาวหรือบัวสวรรค์ เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน เอนอ้า รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแน่นอน
Highlights: สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เช่น ฐานปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต เช่น โรงเรียนการเมืองการทหาร ที่ใช้อบรมเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ สำนักอำนาจรัฐ ศูนย์บัญชาการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ ที่หลบภัยทางอากาศ หลุมหลบภัยจากเครื่องบินของรัฐบาล และผาชูธง ซึ่งเป็นจุดชมวิวอันงดงาม โดยเฉพาะยามเย็นที่อาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ห้ามพลาดชมลานหินแตก ลานหินอายุนับล้านปีที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจนเกิดเป็นร่องหินกว้างดูแปลกตา และลานหินปุ่ม ลานหินตะปุ่มตะป่ำที่เกิดจากเปลือกโลกเคลื่อนตัวแล้วบีบหินที่เรียบให้ยกตัวขึ้นอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของอุทยานแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกหมันแดง น้ำตก 32 ชั้น ช่วงฤดูฝนจะได้ชมดอกลิ้นมังกรสีชมพูตรงชั้น 5 ส่วนในฤดูหนาวสัมผัสกับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสี จากสีเขียวเป็นสีแดงส้มทั่วบริเวณทางเดินของน้ำตก

Tips

มุ่งหน้าสู่ภูทับเบิก

จากภูหินร่องกล้ามุ่งหน้าแวะภูทับเบิกได้ง่าย ด้วยการใช้เส้นทางลงจากภูหินร่องกล้าของฝั่ง จ.เพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2011 และ 2331 ไป 40 กม. จะมีแยกเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิก ตรงไปอีก 6 กม. ก็จะถึงภูทับเบิก ซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดของจ.เพชรบูรณ์ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ไร่กะหล่ำปลีกว่าแสนไร่ จนหลายคนตั้งชื่อว่าเป็น ภูเขากะหล่ำปลีโลกแนะนำให้ไปช่วงเดือนกรกฎาคมสิงหาคม และตุลาคมพฤศจิกายน ที่กะหล่ำปลีกำลังเบ่งบานเต็มที่ ใครอยากพักเอาแรงก็มีบ้านพักและจุดกางเต็นท์บริเวณบนยอดดอยภูทับเบิกและหมู่บ้านทับเบิกคอยให้บริการ

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก

ในช่วงฤดูฝน มีเกาะแก่งมากมายให้ผจญภัยกว่า 18 แก่ง มีความยากตั้งแต่ระดับ 1-5 ตลอดเส้นทางอันร่มรื่นด้วยร่มเงาของป่าเขาลำเนาไพรสองข้างทางราว 9 กม. จนบรรดานักล่องแก่งทั้งหลายซูฮกให้ว่าที่นี่คือจุดล่องแก่งสุดยอดอีกแห่งในเมืองไทยที่ไม่ไปไม่ได้ จุดเริ่มต้นของการล่องแก่งท้าทายสายน้ำอยู่ที่บริเวณบ้านท่าข้าม ก่อนจะไปสิ้นสุดที่บริเวณวนธารา เฮลท์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

Location: อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
How to go: ริมทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) กม.ที่ 52 ใกล้กับหมู่บ้านท่าข้าม เลี้ยวขวาเข้าไปยังจุดเริ่มต้นล่องแก่ง
Facilities: บริการอุปกรณ์ล่องแก่งแบบครบถ้วน ทั้งชูชีพ แพยาง และฝีพาย พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมเบื้องต้น เช่น การบังคับเรือยาง การปฏิบัติตัวขณะล่องแก่ง
Season: ช่วงฤดูฝน ช่วงกรกฎาคม-ตุลาคม ซึ่งจะมีการจัดงาน ‘เทศกาลชิมกาแฟแก่งซอง ล่องแก่งลำน้ำเข็ก’ ขึ้นทุกปี
Highlights: ความสนุกสุดมันของการล่องแก่งลำน้ำเข็กอยู่ที่แต่ละแก่งนั้นอยู่ต่อเนื่องกันจนแทบไม่มีเวลาพักหายใจกันเลยทีเดียว ช่วงแรกจะเป็นน้ำนิ่งให้ฝึกฝีพายจนคุ้นมือเสียก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่การผจญภัยกับแก่งต่างๆ ที่มีความยากระดับ 1-3 อย่างแก่งท่าข้าม แก่งต้นไทร แก่งเวฟยาว แก่งพนาวัลย์ แก่งมรดกป่า แก่งปากยาง แก่งหินลาด แก่งวังตะเยน ต่อด้วยจุดที่ต้องใช้ทักษะยิ่งขึ้น กับแก่งสบยาง แก่งสวนรัชมังคลา แก่งซาง แก่งโสภาราม แก่งดงสัก โดยเฉพาะแก่งนางคอย ที่สายน้ำลดระดับจนเป็นเหมือนน้ำตกสูงกว่า 2 ม. แก่งยาว กับแก่งที่มีความยาวสมชื่อถึง 200 ม. และสายน้ำจะลดระดับเอียง 45 องศา ชวนให้หวาดเสียวยิ่งนัก สมกับความยากระดับ 4-5 ซึ่งเป็นระดับที่ยากที่สุดของการล่องแก่ง ปิดท้ายด้วยแก่งทับขุนไกร ซึ่งใครจะแวะเล่นน้ำต่ออีกสักหน่อยก็ได้ แล้วพอขึ้นฝั่งอย่าลืมถ่ายภาพกับป้าย ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต ข้าฯ คือผู้พิชิตลำน้ำเข็ก’ กลับไปเป็นที่ระลึก