Editor’s Note


สโลว์ไลฟ์ใกล้กรุง

อัมพวา วันสุดสัปดาห์ตลอดปีไม่เคยเงียบเหงา คนกรุงเดินทางมากันมาก ช่วงกลางวันเที่ยวตลาดนำ้ เที่ยวสวน ตกคำ่ที่พักริมคลองเต็มไปด้วยไฟระยิบระยับจากหิ่งห้อย เรียกได้ว่ามาที่นี่ได้เที่ยวกันเช้าจรดค่ำเลยล่ะ

อัมพวาอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นิดเดียว แต่สมควรจะพักรีสอร์ตที่นี่กันสักคืน

การที่นอนพักสงบในสวนอันร่มรื่นร่มเย็น หรือริมสายน้ำแม่กลอง ชีวิตที่เร่งรีบจากเมืองหลวงจะกลายเป็นชีวิตที่สโลว์ไลฟ์ แม้จะเป็นเพียงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม

บ้านไม้ธารา แอนด์ วอเตอร์สปอร์ต

ครบทุกความสุข สนุกเชิงอนุรักษ์ พักผ่อนใกล้กรุง

previous arrow
next arrow
Slider

เตรียมตัวมาพบการพักผ่อนที่เต็มด้วยความสนุกจากกิจกรรมกลางแจ้ง และอนุรักษ์ธรรมชาติริมป่าชายเลน สมุทรสงคราม เติมเต็มวันพักผ่อนสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือกลุ่มสัมมนา/สังสรรค์ ที่พร้อมสรรพความสะดวก

กิจกรรมทางน้ำ ให้คุณสนุกสนานได้ตลอดวัน กระโดดหอ วิ่งทุ่นโฟม พายคายัค สไลเดอร์ สะพานเชือก สาวแพ พร้อมชื่นชมธรรมชาติแบบเข้าถึงกับกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ ล่องเรือชมป่าชายเลน ชมลิงแสม เก็บหอยแครง ถีบกระดานเลน

ให้บริการทั้งแบบแพ็กเกจ และแบบมาเที่ยวเอง
แพ็กเกจ 1 วัน 900 บาท/คน รวมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ กิจกรรมแอดเวนเจอร์ และอาหารกลางวัน 1 มื้อ
แพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน 1,600 บาท/คน รวมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ กิจกรรมแอดเวนเจอร์ ที่พัก และอาหาร 3 มื้อ

 
Baanmaithara Resort
177 ม.5 ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 75000
โทร: 089 615 2150 (คุณอนุกูล), 097 049 8887, 034 764 778
อีเมล์: baanmaithara@hotmail.co.th
เว็บไซต์: www.baanmaithararesort.com

Contributors
Editor  Thanaboon Jamgrajang
Editorial Staff  Suriyapong Rotsukhon
Nipa Klinkosum
Marketing Manager  Worrawuth Jiwanupun
Sales Executive  Wimonwan Tantiwiwattanachai

Contact
Good Trips Co., Ltd.
46/2 Moo 7 Don Kaew, Sarapee, Chiangmai 50140
Tel: 080 502 8999
www.tripsemag.com / FB: TripsMag / IG: tripsmagazine
Editorial Staff: editorial@tripsemag.com
Sales Department: sales@tripsemag.com

Cover Photo
Experience the 60’s central Thai’s way of life along the riverside town of Amphawa.
Samut Songkram

ณ ทรีธารา

ช่วงเวลาดีๆ มีพร้อมให้คุณ

previous arrow
next arrow
Slider

เติมชีวิตให้เต็มไปด้วยชีวา ตลอดช่วงเวลาที่ได้อยู่กับต้นไม้ร่มรื่นริมสายน้ำแม่กลอง สมุทรสงคราม ที่พักแห่งใหม่สไตล์บูติกรีสอร์ทท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ดั้งเดิมของชุมชนสวนเกษตรที่เรียบง่ายของอำเภอบางคนที เพียง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ

พักผ่อนให้เต็มอิ่มกับห้องพักสะดวกสบาย และเป็นส่วนตัวในวิลล่าหรู พร้อมสระว่ายน้ำ ผ่อนคลายด้วยธาราบำบัด (aquatic therapy) และสปาระดับพรีเมี่ยมที่ดูแลคุณด้วยสมุนไพรและวัตถุดิบท้องถิ่น สลัดความวุ่นวายมาชมสายน้ำแม่กลองกว้างไกลที่สะท้อนวิถีชีวิตและดึงเวลาให้เนิบช้าลงกับเรา

  
Na Tree Tara
53 Moo 7, Bang Khonthi, Samut Songkhram
Phone: (+66) 093-592-5635 • Event & Marketing: (+66) 061-441-9142
Email: info@natreetara.com

ที่เที่ยวใกล้กรุงที่มีได้รับความนิยมตลอดปีไม่ว่าจะหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว เพราะเดินทางสะดวก ธรรมชาติดี วิถีชีวิตผู้คนดูอบอุ่น ที่สำคัญอาหารอร่อยมาก ทั้งอาหารทะเล ขนมไทยสารพัน

ยิ่งมีที่พักวิวดีทั้งในสวนและริมคลอง ยิ่งถูกใจคนกรุง

ถึงกับมีคำพูดที่ว่าเสาร์ อาทิตย์นี้เจอกันที่อัมพวา…

ลุงเก้งซีฟู้ดส์

มีปูไข่ทุกวัน

previous arrow
next arrow
Slider

ยกขบวนทะเลสดมาเสิร์ฟให้ชิมความอร่อยใกล้กรุง แบบคุ้มๆ รับประกันความฟิน จะเป็นปู กุ้ง หมึก ปลา หอย ก็แน่นทั้งเนื้อและไข่ ยินดีให้บริการ ยิ้มแย้มแจ่มใส และเป็นกันเอง

ไม่ควรพลาด ปูไข่นึ่งนมสด ปูไข่ดอง กุ้งเสือเผา กุ้งแม่น้ำเผา ส้มตำปูม้า กุ้งผัดกะปิ แกงส้มปูไข่ และอีกหลายเมนูทะเลสดอร่อย

มื้อต่อไปจัดเต็มที่ ลุงเก้งซีฟู้ดส์ วัดคลองโคน


Lung Keng Seafoods
หน้าวัดคลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
โทร: 062 508 7155

How to go

ด้วยระยะทางห่างจากกรุงเทพฯไม่ถึงร้อยกิโลเมตร สมุทรสาครและสมุทรสงคราม จึงเป็นสองจังหวัดใกล้กรุงที่หลายคนนิยมขับรถมาเที่ยวกันในช่วงสุดสัปดาห์ เพียงชั่วโมงเศษ ง่ายกว่าขับในกรุงอีก และเมื่อเราลดเวลาในการเดินทางให้น้อยลง ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนท่องเที่ยวก็จะเพิ่มมากขึ้น

สมุทรสาคร
รถยนต์
จากสามแยกบางปะแก้ว ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถ.ธนบุรี-ปากท่อ (ถ.พระราม 2) ผ่านที่ทำการเขตบางขุนเทียน ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย ถึงสี่แยกมหาชัย กม.ที่ 28 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทาง 29 กม.

รถประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสมุทรสาครทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.20-21.00 น.
www.transport.co.th

รถไฟ
การรถไฟมีบริการรถไฟออกจากสถานีวงเวียนใหญ่ทุกวันๆ ละหลายเที่ยว ตั้งแต่เวลา 05.30-20.10 น. ไปสุดปลายทางสถานีรถไฟมหาชัย หรือข้ามเรือไปฝั่งสถานีรถไฟบ้านแหลมแล้วนั่งรถไฟต่อไปถึงสถานีรถไฟแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม
www.railway.co.th

รถตู้
มีบริการรถตู้โดยสารจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดสมุทรสาคร (มหาชัย) ทุกวัน

สมุทรสงคราม
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถ.สายธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ กม.ที่ 64 จะมีทางแยกต่างระดับด้านขวามือตัวเมืองสมุทรสงคราม

รถโดยสารประจำทาง
จากสถานีขนส่งสายใต้ มีรถสายกรุงเทพฯ-สมุทรสงครามทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.50-21.00 น.
www.transport.co.th

รถไฟ
จากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ มีรถไฟให้บริการไปสถานีรถไฟจังหวัดสมุทรสาครทุกวัน จากนั้นข้ามเรือไปต่อรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านแหลมก็จะถึงจ.สมุทรสงคราม หรือขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่มาลงที่สถานีรถไฟมหาชัย แล้วต่อรถโดยสารประจำทางมาลงที่สมุทรสงคราม
www.railway.co.th

รถตู้
มีบริการรถตู้โดยสารจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดสมุทรสงครามทุกวัน

บ้านสวนอ้อมสุขโฮมสเตย์

บ้านสวนอ้อมกอดธรรมชาติ

previous arrow
next arrow
Slider

เพียงฝั่งตรงข้ามอัมพวา ริมคลองประดู่ ณ บ้านสวนอ้อมสุขให้คุณสัมผัสชีวิตริมคลอง 2 น้ำ 2 จังหวัด พักที่นี่ เที่ยวสะดวกทั้งตลาดน้ำอัมพวา และตลาดน้ำดำเนินสะดวก
ป้ายาพร้อมต้อนรับทุกท่านดุจญาติมิตรที่มาเยือนด้วยบ้านพักริมน้ำ ร่มเย็น บรรยากาศบ้านริมคลองขนานแท้ ในราคาแสนประหยัด

กลับไปแล้วคุณจะคิดถึงอยากกลับมาอีก ป้ายาพร้อมเสมอที่จะต้อนรับทุกท่าน มาเที่ยวได้ตลอดปี ทุกเพศทุกวัย


Baan Suan Aom Suk Homestay
ฝั่งตรงข้ามอัมพวา
โทร: 081 868 0059
LINE (เบอร์โทรศัพท์): 0818680059

แนะก่อนเที่ยว

ริมน้ำ หรือ ในสวน
แม้สมุทรสาคร และสมุทรสงครามจะเป็นเมืองแห่งสายน้ำที่มีรีสอร์ตที่พักให้บริการมากมาย น่าจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ที่พักริมน้ำ และที่พักในสวน
อัมพวามีที่พักริมน้ำให้บริการมากที่สุด ส่วนใหญ่จะอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง คลองอัมพวา คลองประชาชมชื่น และคลองบางลี่ ได้รับความนิยมมากที่สุด ริมแม่น้ำแม่กลอง และภายในคลองอัมพวาก็จะมีราคาสูงกว่าที่อื่นๆ เล็กน้อย เพราะได้บรรยากาศที่ดีเยี่ยม และใกล้กับตลาดน้ำอัมพวา

ส่วนใครต้องการบ้านพักที่มีบรรยากาศเงียบๆ ร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้ ถัดออกมาไม่ไกลจากโซนบ้านพักริมน้ำ มีที่พักในสวนผลไม้ สวนใหญ่เป็นบ้านพักของชาวบ้านในพื้นที่ที่นำสวนส้มโอ สวนลิ้นจี่มาสร้างเป็นสถานที่พักผ่อนแบบเล็กๆ แต่อบอุ่น โดยข้อดีของที่พักสไตล์นี้นอกจากราคาจะประหยัดกว่าที่พักริมน้ำแล้ว คุณยังจะได้ชิมผลไม้สดๆ จากสวนเป็นของแถมด้วย

ที่พักหลายแห่งมีบริการแพกเกจห้องพักพร้อมนำเที่ยวให้ด้วย เช่น นั่งเรือท่องเที่ยวตลาดน้ำอัพมวา ชมหิ่งห้อย บางแห่งจะมีเรือ และท่าเรือส่วนตัวให้บริการรับส่งกันตั้งแต่รีสอร์ตเลยทีเดียว

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือช่วงเทศกาลสองจังหวัดนี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมาก ควรจับจองห้องพักล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อนเดินทางเป็นดีที่สุด

สมุทรสาคร + สมุทรสงคราม

มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำใกล้กรุง
สุดสัปดาห์นี้หากคุณกำลังต้องการที่พักผ่อน ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม จะทำให้คุณหลงใหลไปกับมนต์เสน่ห์ของสายน้ำที่หลายคนยกย่องให้เป็นดั่งเมืองเวนิสตะวันออกแห่งสุดท้ายของไทย

สมุทรสาคร
การเดินทางสู่สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ส่วนใหญ่จะใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถ.ธนบุรี-ปากท่อ) เป็นเส้นทางยอดนิยมเพราะเป็นเส้นทางสายตรงถนนกว้าง ระหว่างทางสู่สมุทรสงคราม จะผ่านที่เที่ยวเด่นๆ หลายแห่ง วัดวาอาราม ตลาดเก่าแก่ แต่ไฮไลท์คือล่องเรือชมหิ่งห้อยคลองสุนัขหอนอันงดงาม และอุดมไปด้วยธรรมชาติ แวะเที่ยวได้ในช่วงระหว่างเดินทาง หรือจะแวะค้างแรมที่สมุทรสาครสักคืนก็มีรีสอร์ตริมน้ำให้บริการ

นั่งเรือชมหิ่งห้อยคลองสุนัขหอน
Location: คลองสุนัขหอน อ.บ้านแพ้ว
How to go: จากกรุงเทพฯ ใช้พระราม 2 ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ถึงกม.ที่ 38 จากนั้นใช้เส้นบ้านบ่อ-บ้านแพ้ว 3 กม. ถึงทางแยกเข้า อ.บ้านแพ้ว เลี้ยวซ้ายจะพบป้ายบอกทางไปร้านอาหาร บ้านคุ้งน้ำ รีสอร์ท รวมระยะทาง 38 กม.

คลองสุนัขหอน เป็นคลองสายหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาครที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลองไว้ด้วยกัน ไหลผ่านหลายตำบล ในอ.เมืองสมุทรสาคร จากนั้นไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม รวมระยะทาง 30 กม. ชื่อคลองสุนัขหอนไม่มีที่มาแน่ชัด แต่คาดกันว่าน่าจะเป็นเพราะในอดีตคลองสายนี้ไม่มีชาวบ้านมาอาศัยอยู่มากนัก จึงทำให้เป็นแหล่งปลาชุกชุม และตกดึกชาวบ้านจะพายเรือมาหาสัตว์น้ำกันในบริเวณนี้ เมื่อเหล่าสุนัขมองเห็นแสงไฟจากตะเกียงในเรือ จึงส่งเสียงเห่าหอนดังกันไปทั่วลำคลอง จึงเรียกชื่อกันว่าคลองสุนัขหอน

สายน้ำที่ใสสะอาด อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ และต้นลำพูน ลำแพน เป็นที่อยู่อาศัยของนกหาดูยากนานาชนิด เป็นแหล่งอาศัยของหิ่งห้อยตัวน้อย จึงมีกิจกรรมล่องเรือชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืนเหมือนที่อัมพวา ใช้บริการได้ที่ ร้านอาหารบ้านคุ้งน้ำ รีสอร์ท
ช่วงค่ำได้เวลาล่องเรือไปชมหิ่งห้อยกัน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือตั้งแต่เวลา 19.00 น. และ 21.00 น. ใช้เวลาไม่เกิน 1.30 ชม. จากร้านอาหารบ้านคุ้งน้ำ รีสอร์ท จะพาย้อนขึ้นไปทางแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นจุดชมหิ่งห้อยที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ระหว่างทางคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศ และวิถีชีวิตชาวบ้านยามค่ำคืน และยังได้เดินทางผ่านวัดสำคัญๆ ในพื้นที่อีกหลายแห่ง เช่น วัดใหญ่บ้านบ่อ วัดใต้บ้านบ่อ วัดบางกระเจ้า และวัดวิสุทิธาราม ใครที่อยากชมบรรยากาศในช่วงกลางวัน ทางร้านก็มีบริการล่องเรือชมทัศนียภาพ พร้อมชมนกในท้องถิ่นที่หาดูยากในบริเวณคลองกันด้วย
www.bankungnamresort.com

ที่เที่ยวใกล้เคียงในสมุทรสาคร

ศาลพันท้ายนรสิงห์
ที่เที่ยวประวัติศาสตร์ นอกจากจะเป็นที่ตั้งของรูปปั้นจำลองของพันท้ายนรสิงห์ให้ผู้คนสักการะแล้ว ยังมีหัวเรือหักให้ชมท่ามกลางทิวทัศน์ของคลองโคกขามด้วย

ถนนถวาย
เป็นถนนที่ชาวตำบลท่าฉลอมได้สละที่ดินภายในเนื้อที่บ้านของตนให้ทางรัฐทำถนน โดยเริ่มสร้างเป็นถนนแบบปูอิฐแผ่นที่มีความยาวอย่างสวยงาม เมื่อความทราบถึง ร.5 พระองค์จึงเสด็จมาทรงเปิดถนนสายดังกล่าวเพื่อเป็นเกียรติและพระราชทานนามให้ว่า ถนนถวาย

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร
แบ่งการเที่ยวชมได้ 2 ส่วน ได้แก่ ภายในอาคารที่จัดแสดงเรื่องราวความรู้ทางดาราศาสตร์ ระบบสุริยะการสำรวจดวงจันทร์ ฯลฯ ภายนอกอาคารจัดแสดงสวนวิทยาศาสตร์ สวนเกษตรกรรมธรรมชาติ และสวนสมุนไพร โดยเปิดให้เที่ยวชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 08.30-16.30 น.

ศาลหลักเมือง
เป็นศาลที่สร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2524 โดยสรรหาไม้มงคลมาทำเสาหลักเมือง โดยได้ไม้ชัยพฤกษ์จาก อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และจาก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบและแกะสลัก

ตลาดสดมหาชัย
ตลาดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ศูนย์รวมการค้าขายทั้งทางด้านการค้าส่งและปลีกอาหารทะเลสด กุ้ง ปลา ปู หอย รวมถึงอาหารทะเลแปรรูป

พื้นที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัย
เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่าวมหาชัยฝั่งตะวันตก ที่มีพื้นที่กว่า 3,179 ไร่ ภายในมีเส้นทางสะพานไม้ให้เดินชมป่าชายเลนอย่างสะดวกสบาย นับเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่มีความสำคัญทางด้านระบบนิเวศป่าชายเลนที่สำคัญของสมุทรสาคร

วัดป่าชัยรังษี
สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยร.ที่ 2 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คล้ายกับปราสาทหินในภาคอีสานโดยพระอาจารย์จันทร์ ครวสโก เจ้าอาวาสเป็นผู้ออกแบบ โดยมีการนำสถาปัตยกรรมของล้านนามาเสริมเติมแต่ง

วัดช่องลม
สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อหินแดง พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ พิเศษกว่าพระพุทธรูปอื่นๆ คือ พระหัตถ์ข้างซ้ายมี 6 นิ้ว ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่า พระ 11 นิ้ว

วัดบางปลา
วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระอุโบสถหลังเก่าเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่ออิฐถือปูน หลังคาทึบเครื่องไม้มุงกระเบื้องดินเผาลดหลั่น 2 ชั้น ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดประทับนั่งปางมารวิชัย

วัดใหญ่จอมปราสาท
ริมแม่น้ำท่าจีน ภายในมีพระอุโบสถก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องที่มีมุขยื่น และลวดลายปูนปั้นทั้งหน้าบันประดับกระจกที่สวยงาม ส่วนบานประตูไม้แกะสลักลวดลายพฤกษา และสิงสาราสัตว์ต่างๆ

วัดนางสาว
วัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามกรุงศรีอยุธยากับพม่า พระอุโบสถ เจดีย์ โบสถ์มหาอุด และวิหารคู่ ต่างเป็นอาคารที่ถูกประดับตกแต่งอย่างงดงาม วัดอยู่ริมน้ำเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจให้อาหารปลาในยามเย็น

วัดหลักสี่ราษฏร์สโมสร
ริมคลองดำเนินสะดวก ภายในวิหารประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปหินทรายแดงปางมารวิชัย เชื่อกันว่าสร้างในสมัยอู่ทอง มีพระพักตร์ค่อนข้างกลม มีพระขนงยาวติดกันเป็นปีกกา พระเนตรปูดโปน พระโอษฐ์เผยอยิ้มเล็กน้อย

วัดโกรกกราก
จุดเด่นคือพระประธาน และรูปปั้นของอดีตเจ้าอาวาสหลวงปู่กรับสวมแว่นดำ มีคำเล่าสืบต่อกันมาว่า ในอดีตเคยมีชาวบ้านมาบนบานหากอาการบาดเจ็บที่ดวงตาหายขาด จะถวายแว่นดำเป็นการแก้บน ผู้คนจึงนิยมถวายแว่นตาดำเป็นการแก้บนนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ตลาดหลักสาม
ตลาดเก่าแก่ในชุมชนริมคลองดำเนินสะดวก เป็นอาคารไม้ห้องแถวแบบดั้งเดิม โดยมีทางเดินตรงกลางให้เที่ยวชมตลอดแนว ส่วนใหญ่ค้าขายของใช้ ผลไม้ และขนมไทยรสชาติเยี่ยม นอกจากนี้ยังเป็นท่าเรือสำคัญไปหลักสี่และหลักห้า

สมุทรสงคราม
ที่เที่ยวยอดนิยมต้องยกให้ตลาดน้ำอัมพวา ใครๆ ก็อยากจะมาเดินเที่ยวช้อปปิ้ง ชิมอาหารอร่อยกัน ใกล้เคียงตลาดน้ำอัมพวายังมีที่เที่ยวเด่นๆ น่าไปเที่ยวชมกันอีกหลายแห่ง แต่ละที่อยู่ไมไกลจากกันมากนัก

ตลาดน้ำอัมพวา
Location: ใกล้อุทยานฯ ร.2
ตลาดน้ำอัมพวา เปิดให้เที่ยวชมทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลาประมาณ 14.00-21.00 น. ในวันธรรมดาร้านค้าส่วนใหญ่จะปิด แต่เข้าไปเดินเที่ยวชมบรรยากาศบ้านเรือนริมคลองอัมพวาได้
How to go: จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกม.ที่ 63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมืองจากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) ถึง กม.ที่ 36-37 ให้เลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยกไปทางอุทยานฯ ร.2 จะพบตลาดน้ำอัมพวาทางด้านซ้าย

ตลาดน้ำอัมพวา มีทางเดินให้คุณเลาะสองฝั่งคลอง เพื่อชม ชิม และซื้อสินค้าจากร้านที่มีวางขายกันหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น อาหารแห้ง ขนมหวาน เสื้อผ้า ของเล่น ฯลฯ เริ่มขายกันตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำของวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ คุณจะได้สัมผัสกับร้านค้า ร้านอาหารที่มีทั้งแบบย้อนยุคจนถึงร้านสมัยใหม่

นอกจากร้านอาหารตามสองฝั่งคลองแล้ว ต้องไม่พลาดนั่งชิมอาหารริมน้ำที่มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขายกันอย่างคึกคัก ทั้งเรือขายหอยทอด ก๋วยเตี๋ยว และของปิ้งย่างสดๆ ปลาหมึก และกุ้งแม่น้ำ ส่วนเครื่องดื่มก็มีหลากหลายขนิด ไม่ว่าจะเป็น กาแฟ ชา หรือน้ำตาลสด

ตลาดน้ำอัมพวามียังมีท่าเรือให้บริการนำเที่ยวชมบรรยากาศแม่น้ำแม่กลอง และนำเที่ยวชมหิ่งห้อยในยามค่ำ มีท่าเรือให้บริการอยู่หลายเจ้า จะนั่งชมกับนักท่องเที่ยวคนอื่น หรือจะเหมาลำไปเที่ยวแบบส่วนตัวทั้งครอบครัวก็ได้ กิจกรรมชมหิ่งห้อยใช้เวลา 1.30 ชม. เมื่อได้เวลาพอสมควรเรือจะพากลับท่าเรือในตลาดน้ำอัมพวา

ใกล้เคียงตลาดน้ำอัมพวายังมีที่เที่ยวเด่นให้ไปเดินเที่ยวชมกันต่อคือ อุทยาน ร.2 และวัดอัมพวันเจติยาราม ทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในบริเวณลานจอดรถของตลาดน้ำอัมพวาจะเดินเที่ยวชมก่อนก็ได้ อุทยาน ร.2 หรืออุทยานพระบรมราชานุสรณ์ ในอดีตเป็นสถานที่สำคัญที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนพระมารดาของรัชกาลที่ 2 และเป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 2 เช่นกัน ปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นอาคารเรือนไทยตั้งอยู่ท่ามกลางพรรณไม้อันสวยงามนานาชนิด ซึ่งมีทั้งหมด 4 หลัง

ส่วนวัดอัมพวันเจติยาราม สันนิษฐานกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยร.1 และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อมาในสมัยร.3 ถึงร.5 ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท อุโบสถเป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ตลาดน้ำท่าคา
Location: ตำบลท่าคา ห่างจากตำบลเหมืองใหม่ 7 กม.
ตลาดน้ำท่าคา เปิดให้เที่ยวชมเฉพาะวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ หรือทุกๆ 5 วัน ช่วงเวลา 08.00-12.00 น. หรือจะโทรศัพท์สอบถามที่โฮมสเตย์บ้านท่าคาก่อนเดินทางก็ได้
How to go: เส้นทางแรก จากสามแยกเข้าตลาดน้ำอัมพวา ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) ประมาณ 8 กม. จะพบทางแยกเข้าบางกระบือให้เลี้ยวขวาไปอีก 5 กม. จะพบป้ายบอกทางเข้าตลาดน้ำท่าคา
หรือเส้นทางที่ 2 เมื่อมาถึงหลัก กม.ที่ 57 จะพบป้ายวัดลาดเป้ง ให้กลับรถเข้าทางตลาดกลางบางแก้ว วิ่งตรงผ่านสี่แยกไฟแดงจนถึงวัดลาดเป้ง จะพบป้ายบอกทางไปตลาดน้ำท่าคา

นับเป็นตลาดน้ำเก่าแก่อยู่ลึกเข้าไปในสวนชาวบ้าน และยังคงบรรยากาศตลาดน้ำแบบดั้งเดิมไว้ ชาวบ้านในพื้นที่พายเรือนำสินค้าอันหลากหลายทั้งของแห้ง ขนม และผลไม้ มาแลกเปลี่ยนหรือค้าขายกันเองอย่างคึกคัก เดินเที่ยวชม ซื้อผักผลไม้ หรือนั่งรับประทานข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ ขนมหวานได้ตลอดทางเดินริมคลอง

บริเวณรอบๆ ยังเหมาะสำหรับเดินเที่ยวชมบรรยากาศบ้านเรือนที่เปิดเป็นร้านขายของ ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน และร้านทำขนมไทยของชุมชน นับเป็นศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่คุณสามารถติดต่อเรือนำเที่ยวได้ด้วย ตลาดน้ำท่าคา

บริเวณตลาดน้ำท่าคายังมีโฮมสเตย์บ้านท่าคาให้คุณเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวสวนริมน้ำอันเงียบสงบของชาวบ้านท่าคา โดยมีกิจกรรมน่าสนใจให้เรียนรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การนั่งเรือชมสวนผลไม้ และชมทิวทัศน์สองฝั่งคลอง ชมการทำน้ำตาลปึก การเก็บน้ำตาลมะพร้าวแบบดั้งเดิม และการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว และในยามเย็นหากต้องการไปชมหิ่งห้อยทางโฮมสเตย์ท่าคาก็มีเรือให้ไปเที่ยวชมเช่นกัน

โฮมสเตย์บ้านหัวหาด
Location: บ้านหัวหาด ต.เหมืองใหม่ ห่างจากอ.เมืองอัมพวา 20 กม.
How to go: จากตัวเมืองสมุทรสงคราม ใช้ทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) จากนั้นขับรถตรงไป 15 กม. เมื่อเห็นป้อมตำรวจให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางวัดบางแคน้อย จะเห็นป้ายบอกทางไปครัวผู้ใหญ่ทองหยิบ ไปตามทางอีก 7 กม. จะพบโฮมสเตย์บ้านท่าคาทางขวามือ

เป็นโฮมสเตย์ที่มีความโดดเด่นทางบ้านพักที่มีความงดงามสไตล์ไทยริมแม่น้ำ ผสานกับวิถีชีวิตชาวบ้านอันเก่าแก่ มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวสัมผัสร่วมกับชาวบ้านมากมาย เด่นที่สุดคือการล่องเรือเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แบบ Day Tour ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 4 ชม. สัมผัสบรรยากาศสวยๆ สองฝั่งคลองทั้งบ้านเรือนไทยริมน้ำ วิถีชีวิตผู้คนริมแม่น้ำแม่กลอง และสถานที่ราชการในอดีต

เริ่มที่วัดอินทาราม เจ้าของโบสถ์เก่าแก่อันเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตอายุกว่า 300 ปี จากนั้นเรือจะพาเที่ยวชมบรรยากาศในแม่น้ำแควอ้อม ระยะทาง 2 กม. ซึ่งจะมาเชื่อมกับปากแม่น้ำแม่กลอง ทุกๆ เย็นจะมีเรือสัญจรไปมานับเป็นภาพวิถีชีวิตที่หาชมยากในปัจจุบัน และหลังชมคลองแควอ้อมจะแวะไปเที่ยวกันต่อที่ วัดบางกุ้ง หรือค่ายบางกุ้ง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยที่มีจุดเด่นอยู่ที่โบสถ์ปกโพธิ์ จากนั้นเรือจะพาไปเที่ยวชมอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น วัดบางแคน้อย อุทยาน ร.2 และตลาดน้ำอัมพวา หลังชมหิ่งห้อยเสร็จเดินทางกลับไปนอนพักผ่อนในบ้านริมน้ำของโฮมสเตย์บ้านหัวหาด ช่วงเช้าตื่นมารอชมพระอาทิตย์ขึ้น และบรรยากาศสบายๆของคลองแควอ้อม

ค่ายบางกุ้ง โบสถ์ปรกโพธิ์
Location: ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที
How to go: จากตัวเมืองสมุทรสงคราม ใช้ทางหลวงหมายเลข 325 (แม่กลอง-อัมพวา) 5 กม. เลยวัดบางกะพ้อม จากนั้นจะพบวงเวียนขนาดเล็ก เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานสมเด็จพระศรีสุริเยนทร์ ตรงไปถึงสามแยกเลี้ยวขวา ขับตรงไปผ่านวัดภุมรินทร์ จนถึงสามแยก (มีวัดบางแคใหญ่อยู่ขวามือ) เลี้ยวขวา ตรงไปผ่านวัดบางแคน้อย วัดปากน้ำ ข้ามสะพานคลองแควอ้อม จากนั้นจะพบค่ายบางกุ้งอยู่ทางซ้าย

ค่ายบางกุ้ง มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ถึงสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ที่ทรงโปรดเกล้าให้กองทัพเรือมาสร้างค่ายป้องกันข้าศึกบริเวณวัดบางกุ้งแห่งนี้ จนกระทั่งครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ค่ายบางกุ้งก็ร้างลาผู้คน จนกระทั่งในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี จึงโปรดเกล้าให้รวบรวมผู้คนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี มาฟื้นฟูสร้างค่ายบางกุ้งขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน เรียกชื่อค่ายกันว่า ค่ายจีนบางกุ้ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2311 พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรีมาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระมหามนตรี (บุญมา) เป็นแม่ทัพยกไปช่วยเหลือทหารจีนขับไล่กองทัพพม่า ต่อสู้ข้าศึกจนแตกพ่ายกลับไป

ภายในบริเวณค่ายบางกุ้งยังเป็นที่ตั้งของวัดบางกุ้ง ชมความอัศจรรย์ของ โบสถ์ปรกโพธิ์ โบสถ์เก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ต้นโพธิ์ ไทร ไกร และกร่าง ซึ่งภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธนิรามณ์นั่งขัดสมาธิอันศักดิ์สิทธ์ นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังมีหุ่นจำลองแสดงแม่ไม้มวยไทยให้ชมกันด้วย

วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม)
Location: ใกล้ตลาดแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
How to go: จากตัวเมืองสมุทรสงครามขับตรงไป 700 ม. จะพบสี่แยกไฟแดง ขับตรงไปประมาณ 200 ม. จากนั้นให้เลี้ยวขวาข้ามทางรถไฟ และขับตรงไป 100 ม. จะพบลานจอดรถของวัดอยู่ทางด้านขวา และวัดเพชรสมุทรวรวิหาร จะตั้งอยู่ทางด้านซ้าย

วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือในชื่อ วัดบ้านแหลม ในอดีตมีชื่อว่า วัดศรีจำปา แต่ภายหลังมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดบ้านแหลมตามชื่อหมู่บ้าน ต่อมาวัดได้ถูกยกให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีวรวิหาร และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดเพชรสมุทรวรวิหาร สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังคงเรียกกันติดปากว่าวัดบ้านแหลมเช่นเคย

จุดเด่นคือองค์หลวงพ่อบ้านแหลม เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง สูง 167 ซม. สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น โดยเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกันกับ หลวงพ่อโสธร และหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ ที่มีลักษณะเป็นพระพุทธรุปอุ้มบาตรเช่นเดียวกันกับหลวงพ่อบ้านแหลม

ดอนหอยหลอด
Location: สันดอนปากน้ำแม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม
How to go: จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถ.ธนบุรี-ปากท่อ ถึง กม.ที่ 64 ก่อนข้ามสะพานพุทธเลิศหล้านภาลัย บริเวณเชิงสะพานมีป้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอด ตรงเข้าไป 5 กม.จะพบลานจอดรถอยู่ทางด้านขวา

ดอนหอยหลอด ตั้งอยู่บริเวณสันดอนปากน้ำแม่กลอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ทรายขี้เป็ด ดอนหอยหลอดเป็นสันดอนที่เกิดจากการทับถมของตะกอนดินปนทรายที่ถูกน้ำพัดมา มีอาณาเขตกว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4 กม. ตั้งแต่ปากอ่าวแม่กลองบริเวณบ้านฉู่ฉี่ ต.บางจะเกร็ง จนกระทั่งถึงหมู่บ้านบางบ่อ ต.บางแก้ว นับเป็นสันดอนที่มีหอยอาศัยอยู่หลากหลายชนิด แต่ที่มีเป็นจำนวนมากที่สุดคือ หอยหลอด เป็นหอยสีขาวขุ่นคล้ายหลอดกาแฟ มีรสชาติอร่อย เพียงใช้ไม้ และปูนขาวหยอดไปตามรูที่หอยอาศัยเท่านั้น หอยหลอดก็จะเกิดอาหารเมาปูนขาว และโผล่ขึ้นมาให้จับอย่างง่ายดาย

แม้ดอนหอยหลอดจะขับรถไปเที่ยวชมได้ตลอดปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือมี.ค.-พ.ค. เพราะน้ำทะเลจะลดลงนานกว่าช่วงเวลาอื่นของปี เช่าเรือนำเที่ยวได้ที่บริเวณศาลาอาภร ดอนหอยหลอดยังเป็นที่ตั้งของศาลกรมกลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และร้านอาหารทะเลรสเยี่ยมที่ขึ้นชื่อในด้านการทำอาหารเกี่ยวกับหอยหลอด รวมถึงของฝากประเภทของสดของแห้งจากทะเลก็มีให้เลือกซื้อกันมากมาย

ที่เที่ยวใกล้เคียงในสมุทรสงคราม

วัดแก้วเจริญ
มีทิวทัศน์อันสวยงาม เมื่อมองออกไปคล้ายกับของสามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย มีคลองฝาแอ้มเป็นคลองสายหลักแบ่งอ.อัมพวากับอ.บางคนที และมีคลองประดู่ไหลมาเชื่อมในลักษณะปากแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมีกุฏีพระสงฆ์ที่เป็นอาคารเรือนไทยอันสวยงามให้ชมอีกด้วย

วัดประดู่
เป็นวัดที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ โดยร.5 ทรงเสด็จประพาสมาที่วัดโดยเรือเก๋งพระที่นั่งรอง เพื่อมาถวายเครื่องราชทานศรัทธาให้กับหลวงปู่แจ้ง เจ้าอาวาสรูปที่ 4 ของวัดที่รักษาโรคพระโอรสของพระองค์ให้หายจากโรคห่าหรือท้องร่วงได้ ซึ่งปัจจุบันเครื่องราชทานศรัทธายังมีให้ชมอยู่

วัดอินทาราม
สร้างเมื่อปี พ.ศ.2300 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยร. 3 ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ โบสถ์มหาอุตถ์สถานที่ประดิษฐานหลงพ่อโต อายุ 300 ปีและโบสถ์หลังใหม่ที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวทั้งหลัง เบื้องล่างโบสถ์เป็นห้องขนาดใหญ่สำหรับทำพิธีลอดใต้โบสถ์

วัดบางแคน้อย
ภายในอุโบสถ์ที่มีงานแกะสลักไม้สักทอง ไม้ประดู่ ไม้ตะเคียน ทั้งแผงบริเวณทั่วเพดาน นำเสนอเรื่องราววรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ และเรื่องราวพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าฯลฯ โดยเป็นฝีมือช่างแกะสลักจากจังหวัดเพชรบุรี

วัดบางแคใหญ่
นอกจากจะเป็นวัดเก่าแก่ที่มีโบราณสถานและโบราณวัตถุให้ชมหลายชิ้นแล้ว ภายในฝาประจันหรือฝากั้นห้องกุฏิสงฆ์ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 2 ที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว เล่าเรื่องราวการทำสงครามระหว่างไทย-พม่า ขออนุญาตกับทางพระสงฆ์ของวัดก่อนเข้าไปชม

วัดกุมรินทร์กุฏีทอง
เดิมกุฏีทองเคยตั้งอยู่ภายในวัดบางลี่ แต่ต่อมาเกิดถูกน้ำเซาะจนพังจึงย้ายมาไว้ที่วัดภุมรินทร์ มีพิพิธภัณฑ์วัดภูมรินทร์ และอุทยานการศึกษาซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญหลายชิ้น

ตลาดน้ำบางน้อย+พิพิธภัณฑ์ไห
เดิมเคยตั้งอยู่ภายในคลองบางปากน้อย แต่ในปัจจุบันย้ายออกมาอยู่บริเวณท่าน้ำวัดเกาะแก้ว ริมแม่น้ำแม่กลอง เดินเที่ยวชมได้ 2 ช่วง ช่วงแรกเป็นแพริมน้ำที่มีเรือพายมาจอดขายอาหารอร่อยให้เลือกชิมหลายอย่าง ส่วนที่สองคือการเดินชมเลาะทางริมน้ำเข้าไป ซึ่งมีร้านค้าและร้านอาหารเปิดให้บริการเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ไหที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้กว่า 3,000 ชิ้นให้ชมอีกด้วย

ตลาดน้ำปากคลองดอนมะโนรา
มีมานานกว่า 50 ปี เปิดทุกวันข้างขึ้นและข้างแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ ในช่วงเช้าตรู่จนกระทั่งช่วงสายของวัน ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงจะพายเรือนำของออกมาขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ขนมไทย และอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยว ผัดไทยฝีมือชาวบ้าน

อาสนวิหารแม่พระบังเกิด
โบสถ์สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2433 โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส และผู้ใจบุญในกรุงเทพฯ ใช้เวลาสร้าง 6 ปี เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยกระจกสีสวยงาม มีรูปแกะสลักเล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์ รูปปั้น ธรรมมาสน์เทศน์

อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จัน
อยู่ใกล้องค์การบริหารส่วนต.ลาดใหญ่ เมื่อขับรถเข้าไปจะพบอนุสรณ์สถานแฝดอิน-จันตั้งเด่นสง่าอยู่กลางสวน โดยทั้งสองเป็นชาวสมุทรสงครามแต่กำเนิดแต่ได้มีโอกาสไปเปิดการแสดงที่ประเทศอังกฤษและอเมริกา แฝดอิน-จันจึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

วัดเขายี่สารและพิพิธภัณฑ์
เชื่อกันว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีจุดเด่นอยู่ที่พระวิหาร ซึ่งบนยอดเขามีลักษณะเป็นรูปเรือ และเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสี่รอยอันเป็นองค์ประธานของวัด ศาลาการเปรียญดัดแปลงเป็นพิพิธภัฑณ์ด้วยความร่วมมือของชุนชนชาวยี่สาร ชั้นล่างจัดแสดงวิถีชีวิตของชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น ชั้นบนเป็นที่จัดแสดงเครื่องใช้ของชุมชน

วัดศรัทธาธรรม
ชมพระอุโบสถไม้สักทอง ผนังฝังมุกทั้งทางด้านในและด้านนอก แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าและรามเกียรติ์ มีพระพุทธรูปจำลองของหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวด และหลวงพ่อพุทธโสธร

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน
จัดตั้งเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ให้นักท่องเที่ยวรู้คุณค่าของการปลูกป่าชายเลน พร้อมทั้งสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆ

ศิลปะการทำซออู้ บ้านพญาซอ
พญาซอ เป็นฉายาของคุณสมพร เกตุแก้ว ช่างซออู้ที่นำกะลามะพร้าวมาสลักเป็นลวดลายอันวิจิตรงดงาม เช่น ลายตัวละคร ลาดพุดตาน ลายนามย่อ และลายนามปีนักษัตร ผู้ที่สนใจสามารถชมการผลิตและสั่งซื้อได้

วัดแก่นจันทน์
สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2350 เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านในการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น และใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีตักบาตรขนมครกน้ำตาลทราย ทุกวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 10 ของทุกปี ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงจะออกมาช่วยกันทำขนมครก นับเป็นประเพณีที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

วัดบางกะพ้อม
วัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายมีจิตรกรรมฝาผนังที่นำเสนอเป็นลวดลายปูนปั้นแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ด้านล่างเป็นซุ้มเจาะช่องสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป นอกจากนี้ตรงกลางยังเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองขนาดใหญ่ที่เชื่อกันว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี